รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #11 David De Gea

รีวิว Star Player ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2018 Russia #11 ดาบิด เด เคอา David De Gea ผู้เล่นระดับโลก

นักเตะระดับโลกที่น่าจับตาใน World Cup 2018 Russia ปีนี้ ดาบิด เด เคอา David De Gea
ทีมเสปนถือว่าเป็นทีมตัวเต็งของ World cup 2018 Russia ปีนี้ ดาบิด เด เคอา David De Gea จึงเป็นนายประตูที่จะคอยรักษาความหวังแชมป์โลกอีกครั้งในการแข่งขัน World Cup 2018 Russia ปีนี้มาครองให้ได้

 

ไปพบกับประวัติดาวดัง World Cup 2018 #11 ดาบิด เด เคอา David De Gea กัน

ดาบิด เด เคอา อาจจะเป็นผู้รักษาประตูที่เพิ่งจะมาโด่งดัง Super Star Player ได้ไม่นาน ในฐานะผู้เล่นตำแหน่งนายทวารนั้น กว่าจะกลายมาเป็นผู้มีชื่อว่าระดับโลกได้นั้น ส่วนมากมักจะมีอายุที่มากและพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นตำนานมาแล้วพอสมควรดังที่เห็นได้จาก หลายๆชื่อ เช่น ซีแมน ชไมเคิล หรือบุฟฟอนนั้น ต้องเป็นผู้เล่นที่เรียกร้องความเก๋าและเวลามากกว่าตำแหน่งอื่นๆนั่นเอง
ทุกวันนี้อาจจะมีแค่ มานูเอล นอยเออร์ ของบาร์เยินมิวนิค ที่ได้ชื่อว่าเป็นนายทวารที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ และก้าวไปเป็นระดับโลกที่นักบอลทุกคนที่เล่นตำแหน่งนี้อยากเลียนแบบ แต่ทว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อแมนยูหรือผีแดงแมนเชยเตอร์ ยูไนเต็ดซื้อนายประตูคนใหม่มาผู้มีนามว่า เด เคอา ตั้งแต่นั้นมาแฟนบอลทั่วโลกเพิ่งจะมามีโอกาสได้รู้จักเค้า และการถ่ายทอดสดทั่วโลกของผีแดงแต่ละเกมก็ยิ่งทำให้แฟนบอลทั่วโลกรู้สึกทึ่งกับความไม่ธรรมดา และการเซฟแบบสวยๆและยากๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าในแต่ละสัปดาห์ จนมีการถามคำถามกันว่า เด เคอา อาจจะเป็นนายทวารที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว

เด เคอา เกิดมาในครอบครัวที่เป็นลูกคนเดียวในบ้าน และเมืองเกิดคือแถบเมืองมาดริดย่านกีฬานั่นเอง ที่น่าสนใจคือ บ้านของเด เคอา มีพ่อแม่ที่รวยและฐานะดีมาก ต่างกับนักฟุตบอลคนอื่นๆที่ต้องเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะมีวันนี้ เพราะว่าตอนเล็กๆเค้าต้องการอะไรก็ได้ตลอด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะห้ามเค้าไม่ให้เล่นกีฬาแม้ว่าบ้านรวยมาก เพราะพวกเค้าก็สนับสนุนลูกให้ทำในสิ่งที่รักทุกอย่างเสมอ และสิ่งที่ เด เคอา ก็คือการเล่นกีฬา ดังเห็นได้จากการที่เค้าเล่นแทบจะทุกอย่างที่เคยเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น บาสเก็ตบอล หรือ เทนนิสและไม่ว่าจะเล่นอะไรเค้าก็เล่นได้ดีและเก่งมากทั้งหมด แต่แน่นอว่าที่สุดแล้วกีฬาที่เค้ารักที่สุดก็คือ ฟุตบอล เนื่งจากคุณพ่อของ เด เคอา เคยเป็นถึงอดีตนายประตูให้กับทีม เกตาเฟ่ นั่นเอง

อย่างไรก็ตามเรื่องที่น่างงมากสำหรับแฟนบอลทุกวันนี้คือ เด เคอา ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตำแหน่งนายทวาร แต่ว่าตั้งแต่อายุ 6 ขวบกับสโมสรลูกของแอตเลติโก มาดริด แต่เค้าก็เล่นได้ดีและมีอนาคตที่สดใสอยู่แล้วจากคำบอกเล่าของโค้ชตอนนั้น เพราะว่ามีทักษะกีฬาเพียบพร้อม ที่จริงเค้าเล่นตำแหน่งกองกลาง ด้วยร่างกายสูงโปร่งและคล่องแคล่วมาก แต่ทว่าที่จริงแล้วเวลาทีมต้องการเค้าสามารถเล่นทุกตำแหน่งที่ต้องการได้เลย ไม่ว่ากองหลัง หรือกองหน้าอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องทั้งเกมรับและรุกเลย เค้าเล่นไปเรื่อยๆเช่นนี้จนกระทั่งอายุ 13-14 ด้วยก็มาถึงจุดเปลี่ยนชีวิตของเค้า

ประวัติชีวิตส่วนตัว

เพราะว่าเมื่อถึงจุดอายุช่วงสำคัญเช่นนั้น ส่วนมากนักเตะที่มีความสูงมากเกินไป จะเริ่มไปลดทอนสมรรถนะในด้านความเร็วของผู้เล่น เช่นถ้าเป็นกองหน้าจะเริ่มวิ่งช้าลง และมีผลกับการออกตัวด้วย ดังนั้น เค้าจึงต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ แน่นอนว่าไม่ได้ทิ้งฟุตบอลแต่เลือกที่จะเปลี่ยนมาเอาดีตำแหน่งนายทวารนั่นเอง เพราะว่ามีคุณพ่อเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจอยู่แล้ว แต่กระนั้นเค้าก็ยังเล่นบาสควบคู่ไปด้วยในตอนนั้นเพื่อใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์
จนกระทั่งไม่นานพออายุได้ 17 ปี เค้าก็ได้รับเชิญจากทีมชุดใหญ่ของตราหมีให้มาร่วมซ้อมและเล่นทีมชุดใหญ่เพราะว่าทุกคนในสโมสรล้วนมองเห็นพรสวรรค์ขั้นเทพของ เด เคอา นั่นเอง
ที่ความสามารถของเด เคอา เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากผู้เป็นพ่อของเค้าด้วย เพราะว่าโจเซ่เป็นนายทวารมาก่อน และเมื่อลูกชายมาเล่นเป็นนายประตูด้วย เค้าจึงซ้อมให้และใช้ชีวิตหายใจเข้าออกกับลูกชายเป็นนนายประตูตลอดเวลา ไปดูเกมทุกเกมที่เด เคอา แข่งและแม้แต่การซ้อมทุกนัดด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก หิมะร่วง
เด เคอา ตอนที่เค้ามาคัดตัวกับทีมชุดใหญ่นั้นอดีตนายประตูเห็นเค้าเล่นเพียงแค่ครึ่งเกมก็ตัดสินใจเซ็นต์สัญญากับเค้าทันที และหลังจากเซ็นต์สัญญาแล้วเค้าต้องย้ายออกจากบ้านมาใกล้สนามซ้อมมากขึ้นทุกวัน นั่นทำให้พ่อแม่ต้องขับรถจากบ้านมาไกลกว่า 50 กม. ทุกวันเพื่อชมเค้าซ้อมด้วยความเป็นห่วง โดยมีแม่โทรหาบ่อยๆเพื่อบอกให้ตั้งใจเรียนควบคู่ไปด้วย ที่จริงตอนนี้พ่อแม่ของเค้าถึงกับย้ายบ้านมาอยู่ที่อังกฤษแล้วด้วยซ้ำกับเค้าหลังจากที่ได้มาเป็นนักเตะแมนยู
ไม่นานหลังจากเค้าทีมแล้วเค้าได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ตอนที่มีการเปลี่ยนโค้ชมาเป็น กิเก้ ฟลอเรส และเมื่อโค้ชถามกับผู้ฝึกสอนนายประตูของสโมสรว่าที่นี่ใครเป็นมือหนึ่ง คำตอบที่เป็นเสียงเดียวกันของทุกคนคือ เด เคอา ที่อายุเพียงแค่ 17-18 ปีเท่านั้น

เด เคอาลงสนามเกมแรก ให้กับทีมตอนเจอกับ ปอร์โต้ ในเกมแชมป์เปี้ยนลีก ที่ต้องเสียประตูท้ายเกม แพ้ไป 2-0 ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ในการเปิดตัวตำแหน่งตัวสำรองวันนั้น แต่ว่าในการเปิดตัวเต็มๆตัวจริงๆ เกม ลาลีกา นัดต่อมา ที่เจอกับ ซาราโกซ่า นั้นเค้าเล่นได้ดีมากและเซฟจุดโทษอย่างงดงาม จนนำให้เค้าช่วยให้ทีมชนะไป 2-1 ท้ายเกม และตั้งแต่นั้นมา เด เคอา จึงได้กลายมาสถาปณาตัวเองเป็นตัวจริงและนายประตูมือหนึ่งภายใต้การคุมทีมช่วงนี้นี่เอง
นับว่าแปลกที่ตั้งแต่ เด เคอา เริ่มได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีมชุดใหญ่ เค้าได้เล่นให้กับทีม B แค่ฤดูกาลเดียวและชุดใหญ่แค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น จำนวนเกมรวมกันไม่ถึง 100 เกมด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่เค้าจะได้รับความสนใจจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แห่งแมน ยูไนเต็ด ที่ซื้อเค้าไปร่วมทีมด้วยสถิติของเกาะอังกฤษในตำแหน่งนายประตู และยังตั้งความหวังที่จะให้เค้าสืบทอดตำแหน่งทายาทผู้รักษาประตูหมายเลข 1 ของทีม อย่างตำนาน เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซา อีกด้วย แต่ที่น่าสนใจคือผลงานของเค้าใน World Cup 2018 Russia นี่เอง

ประสบความสำเร็จกับสโมสร

เด เคอาได้รับความสนใจจาก แมนยูตอนแรกตั้งแต่ปี 2010 แล้ว แต่ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเค้ายังอยู่กับทีมไปต่อจนถึงอีก 18 เดือนต่อมาเมื่อท่านเซอร์ตัดสินใจแล้วว่าต้องการ เด เคอา มาสืบทอดตำแหน่งและซื้อเค้าไปด้วยราคา เกือบ 20 ล้านที่เป็นราคาของ Super Star Player ชัดๆ แถมสถิติการซื้อตัวตำแหน่งนี้ของนายประตูของท่านเซอร์นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมมีค่าตัวที่แพงมากทำให้หลายคนจับตามองไปด้วยความกดดันกับ เด เคอา ด้วย และในตอนแรกคนที่สงสัยในฝีมือเค้าก็ดูเหมือนจะถูกเพราะเกมแรกของเค้า ที่เจอกับ แมนซิตี้นั้น มีเสียงวิเจารณ์ตามมาเยอะมาก แถมเกมต่อมายังปล่อยให้ เชน ลอง ลอดตัวเข้าประตูไปด้วย ดูเหมือนว่า เด เคอา ยังปรับตัวไม่ได้กับ ภาษาใหม่ บ้านใหม่ ลีกใหม่แบบอังกฤษนี้
ดังนั้น เค้าถูกท่านเซอร์ดรอปด้วยความห่วงใยทันที และเปิดทางให้ ลินเดการ์ดลงเป็นตัวจริงแทนไปก่อนเพื่อลดความกดดัน และเป็นตอนนั้นเองที่ เด เคอา คิดว่าอยากจะย้ายกลับเสปนและยอมรับว่าอยากออกจากทีมแมนยู เพราะว่าที่นี่เป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกและทุกคนเรียกร้องจากเค้าสูงมากเมื่อมาเป็นสมาชิกของทีมที่ดีที่สุดในโลก

แต่ถึงกระนั้นหลายๆคนก็มีความมั่นใจตั้งแต่แวปแรกว่า เด เคอา จะต้องประสบความสำเร็จไม่ช้าก็เร็วกับแมนยู และหนึ่งในนั้นที่สำคัญมากที่สุดก็คือท่านเซอร์นั่นเอง เอริค สตีล ซึ่งเป็นหัวหน้าโค้ชนายประตูของทีมตอนนั้นเล่าให้ฟังว่า ตลอดช่วงเวลาที่เค้าทำงานกับทีมมามีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ ท่านเซอร์ไม่ได้อยู่ที่ข้างสนามตอนที่ทีมแข่ง ครั้งหนึ่งคือตอนที่ลูกชายแต่งงาน และอีกครั้งก็คือตอนที่ ท่านเซอร์บินไปดูฟอร์มการเล่นของ เด เคอา ด้วยตัวเองนี่แหละ เพราะถึงแม้ว่าทีมผีแดงมีแข่งบอลถ้วยลีกคัพ แต่ตอนนั้นนายใหญ่ของทีมผีแดงก็ลงทุนบินไปดูฟอร์มเค้าถึงเสปนและก็ตัดสินใจว่านี่แหละตัวตายตัวแทนของ ฟาน เดอร์ ซา ไปอีกนานแน่นอน
และถึงแม้ว่า6 เดือนแรกที่แมนยูของ เด เคอา จะเป็นเหมือนฝันร้ายแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อโค้ชของแมนยู เริ่มให้เค้าเพิ่มน้ำหนักตัวที่เป็นปัญหา ด้วยการบังคับให้เด เคอากินเครื่องดื่มโปรตีนทันทีหลังซ้อมทุกวัน และต้องให้เข้ายิมบ่อยๆเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งจากรายการเป็นหลัก ซึ่งไม่เหมือนกับในเสปนที่ไม่ต้องเข้าบ่อยๆ และก็เริ่มเห็นหลังไม่นาน เพราะหลังจากเค้ากลับมาเล่นเกมตัวจริงเมื่อหายโดนดอง เค้าก็เล่นแบบคนละคนกันเลย ด้วยความมั่นใจมากขึ้นตอนออกมาคว้าลูกกลางอากาศและ ใช้ร่างกายใหม่เวลาป้องกันประตูและจัดการกับลูกโด่งจากด้านข้างที่เคยเป็นจุดอ่อนของเค้าได้หมด และในที่สุดก็กลายเป็นตัวจริงถาวร

รีวิว Star Player ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2018 Russia #11 ดาบิด เด เคอา David De Gea ผู้เล่นระดับโลก

INSTAGRAM/DAVID DE GEA
เด เคอาได้แชมป์แรกและเป็นปีสุดท้ายที่แมนยูได้แชมป์ลีกสูงสุดไป แต่หลังจากนั้นแม้ว่า แมนยูจะเจอขาลงตอนที่รับมอยส์มาเป็นกุนซือเค้าทำทีมได้แย่มาก แต่นั่นก็หมายถึงเด เคอาจะมีงานชุกกว่าเดิม และก็เป็นเช่นนั้นจริงเพราะว่าเค้าต้องช่วยเซฟบ่อยมากๆ จนบางครั้งคนเดียวเล่นและเซฟจนทีมได้แต้ม และทั้งหมดทำให้เค้าโชว์ฟอร์มดีขึ้นและมั่นใจขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง และยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของปีที่แฟนๆโวตให้ด้วยในปีถัดไป ในที่สุดเค้าเล่นให้แมนยูตั้งแต่ปี 2011 ไปแล้วถึง 231 เกมและได้แชมป์มากมายทั้ง ทั้งยูฟาคัพ 1 สมัย และ ลีกคัพอีกครั้ง บวกกับ 3 โลห์คอมมูนิตี้ และในระดับชาติเค้ายังติดทีมชาติเสปนทุกรุ่นตั้งแต่ ต่ำกว่า15 ขึ้นไป และในทีมชาติเค้าก็ยังเล่นกับทุกรุ่นเยาวชนไปจนถึงชุดใหญ่ในปัจจุบันด้วย และถึงขนาดที่ว่าหลังจากเด เคอา เล่นเกมดาร์บี้เมืองมาดริดเสร็จกับเรอัล นายทวารระดับตำนานของเสปนฝ่ายตรงข้ามอย่าง คาสิยาส ยังออกมาเอ่ยปากกล่าวชมรุ่นน้องว่า ทีมเสปนนับว่าโชคดีมากที่ได้ผลิตนายประตูระดับเด เคอา ออกมารองรับยุคใหม่มาต่อสู้แย่งตำแหน่งกันกับเค้าในทีมชาติ และแม้แต่ เดล บอสเก้ กุนซื้อใหญทีมชาติก็ยังพูดว่า เด เคอา คือเสาหลักของเสปนในอนาคต และที่ต้องกล่าวถึงอีกคนคือ ตำนานที่เค้ามารับช่วงต่ออย่าง ฟาน เดอ ซาร์ ก็แน่นอนหนีไม่พ้นต้องออกปากชมรุ่นน้องที่เข้ามาสานต่อได้อย่างไม่มีที่ติด ว่า เด เคอา มีความสูง เล่นบอลด้วยเท้าดี และสั่งการแผงหลัง บวกกับความคล่องตัว ทำให้มีทุกอย่างที่สามารถเป็นนายประตูที่ดีที่สุดในโลกได้เลย

ผลงานที่เตะตาของเค้าในสีเสื้อผีแดง ยกตัวอย่างเช่น ในเกมเจอกับไอ้ปืนโตกในพรีเมียร์ลีก ที่เอาชนะไป 1-0 ในเกมนั้นนับว่าเป็นเกมเปิดตัวที่ทำให้ทุกคนยอมรับเค้าในที่สุด เพราะว่าเค้าเซฟอุตลุตทั้งจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่นับว่ายิงคมมากแต่ละดอก และ อาชาวินที่ทักษะยอดเยี่ยมอีก ไม่นับเซฟจุดโทษของเพอร์ซี่ จนทำให้ทีมเฉือนเอาชนะไปได้ในที่สุด และหลังจากนั้นไม่นานเค้าก็เป็นหนึ่งในขุนพลของผีแดงนัดที่ไล่ยำปืนโตไปอีกครั้งแบบน่าอายไปหลายปี 8-2 หลังเกมรูนีย์ก็ออกมาพูดว่าเด เคอา มีบุคคลิกอย่างผู้ชนะจริงๆอีกด้วย
เด เคอามีเกมการเล่นที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในช่วงเวลาสั้นๆ ในปี 2012 เค้าก็โชว์แบบที่เรียกเสียงอึ้งมาจากแฟนบอลอีกครั้งในเกมที่เจอกับเชลซี และเอาชนะไป 3-1 เมื่อมีจังหวุดที่ รามิเรสยิงลูกกระฉอกจากหน้าปากประตูโล่งกำลังจะเข้าแล้ว แต่เด เคอาพุ่งตัวจากอีกฟากหนึ่งของเสาประตูมาปัดบอลออกหลังได้อย่างเหลือเชื่อเป็นไฮไลท์มาก
หลังจากนั้นก็ยังมีช่วงๆขึ้นๆลงกับผีแดงอีกสักพัก เพราะเมื่อแมนยูต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ด้วยน้ำมือของแบล็คเบิร์น 3-2 สื่อต่างๆก็ออกมาจวกเค้าอย่างไม่รอช้าทันทีและยังทิ้งให้เป็นแพะรับบาปของทีมด้วย แต่ว่าคราวนี้เด เคอา ไม่ได้ท้อใจแบบตอนแรกและหมดกำลังใจ เพราะว่า หลังเกมเค้าให้สัมภาษณ์ว่า ทุกๆนายประตูย่อมทำพลาดบ้างอยู่แล้วไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่ง และไม่มีใครชอบเวลาทำผิดพลาด แต่ผมมีความตั้งใจที่จะอยู่ที่สโมสรแมนยูอีกนาน และต้องการกลายเป็นนายประตูที่เก่งที่สุด ที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างที่ควร และต้องการที่จะหวังว่าทำผลงานได้ล้ำนาย ฟาน เดอร์ ซาร์ให้ได้สักวันหนึ่ง ซึ่งนับเป็นการประกาศความตั้งใจที่ให้สาธารณะได้ฟังทีเดียว และแม้ว่าหลังจากนั้นเค้าจะถูกดร็อปไปไม่กี่เกม และได้กลับมาเล่นตอนเจอกับเชลซีอีกครั้งวันที่ 5 ก.พ. 2012 เค้าก็ทำงานได้ดีอย่างที่พูดไว้ จนในนาทีสุดท้ายมีจังหวัดที่เค้าเซฟจ่อๆลูกของมาต้าไว้ได้ทำให้ทีมไม่ได้แพ้ นับจากวินาทีนั้นเอง ที่เด เคอา ยอมรับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลของเค้า เพราะหลังจากนั้น เค้าก็เล่นไปในฐานะตัวจริงเลยติดต่อกัน 19 เกม เก็บคลีนชีตไปได้อีก 8 เกมด้วย การเล่นของเค้าเมื่อเข้าสู่ปีกลางๆและอายุของเค้าเริ่มมากขึ้นจน 20 ปีขึ้นไป เค้าเริ่มแสดงความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ดังที่ เอริก สตีล เคยบอกว่าตอนเด เคอา มาที่นี่เค้ายังเป็นเด็ก และสภาพแวดล้อมที่บังคับให้เจอสิ่งที่ยาก ได้สอนให้เค้าความแข็งแกร่งตั้งแต่ในจิตใจภายใน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผู้รักษาประตูทุกคนต้องมี เค้าเคยสอน เด เคอา ว่า นักเตะที่ต้องนิ่งและเยือกเย็นที่สุดในสนาม ต้องเป็นผู้รักษาประตู และเด เคอาก็มีจุดเด่นที่ความเยือกเย็นด้วยนั่นเอง

หลังจากนั้นในปี 2013 -2014 เด เคอา มีความมั่นใจตัวเองมากถึงจุดที่เค้าไม่ได้ปล่อยให้อะไรภายนอกมามีผลกระทบกับฟอร์มการเล่นของเค้าอีกได้แล้ว แม้ว่าจะทำพลาดบ้างแต่ก็จะลุกขึ้นมาใหม่ได้เอง แต่เรียนรู้ที่จะไม่ทำพลาดอีกในคราวหน้า และหลังจากนั้นการเล่นของเค้าก็มีแต่จังหวะที่เซฟได้อย่างเหลือเชื่อใหม่ๆแทบทุกเกม เช่นในเกมที่เจอกับ ซันเดอร์แลนด์ เค้าเซฟลูกยิงของ จัคเครินี่ได้อย่างเหลือเชื่อจน ชไมเคิ้ลบอกว่า เป็นลูกเซฟที่ดีที่สุดที่เคยเห็นมาเลยในพรีเมียร์ลีก และการเล่นของเด เคอาก็พัฒนาขึ้นตลอดเวลาจริงๆ
การเซฟของเด เคอา นั้นเหลือเขื่อถึงขนาดที่ว่า ในเกมเจอกับ โอลิมเปียกอส ในบอล แชมป์เปี้ยนลีก รอบตัดเชือกนั้นพวกเค้าถูกยิงนำไปก่อน 2-0 และเกือบจะโดนยิงห่างกว่านี้ด้วย ถ้าไม่ได้เด เคอา เซฟจังหวะสำคัญ 2 ครั้งติดไว้ ที่สำคัญจังหวะนั้นว่ากันว่า เป็นเซฟที่เยี่ยมมากจนเหมือนจะไม่เป็นตามกฎของฟิสิคส์ด้วยซ้ำ และตอนจบปีนั้นผลงานก็ส่งให้เด เคอาได้รางวันนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรผีแดงประจำปี

ทีมชาติ

ดาบิด เด เคอา David De Gea เล่นให้ทีมชาติมากมายหลายชุดตั้งแต่ เยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปจนถึง 21 ปี ที่น่าสนใจคือเค้าติดชุดเล็กรวมกันเกือบ 100 นัด พูดง่ายๆคือนายประตูทีมชาตเสปนได้มีแต่เค้าที่ถูกวางตัวมายาวนานแล้ว และตอนนี้ติดชุดใหญ่ไป 25 เกมแล้ว มั่นใจว่า Worldp Cup 2018 Russia เค้าจะเป็นมือหนึ่งเฝ้าเสาแน่นอน

วิเคราะห์การเล่น

"เด เคอาเป็นนายประตูที่ไม่เหมือนนายประตู Super Star Player คนไหนในหลายๆด้าน นอกเหนือจากการที่เป็นผู้เล่นที่สูง มีความคล่องตัว และปฎิกิริยาร่างกายเคลื่อนไหวเร็วแล้ว เค้ายังมีอีกหลายคุณสมบัติที่พิเศษ
อย่างแรกคือ เค้าเป็นนายทวารที่ใช้เท้าได้ดีมาก และเค้ามักจะชอบใช้เท้าในการเซฟประตูได้ถ้าสังเกตจากหลายๆเกม นี่อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าเคยเล่นในตำแหน่งผู้เล่นจริงๆมาก่อนเป็นเวลานานพอสมควรด้วยอย่างที่เราทราบ แต่การใช้เท้าที่แข็งแรงและแม่นยำของเค้าในการหยุดลูกยิง ทำให้มีการนำไปวิเคราะห์และเกิดนิยามใหม่ของการป้องกันประตูได้เลย เนื่องจากหลายๆสโมสรในโลกกำลังฝึกผู้รักษาประตูให้ใช้เท้าและขามากขึ้นตอนซ้อม และควบคุมร่างกายส่วนร่างให้ตอบสนองมากขึ้นๆพอๆกับการใช้มือเลยทีเดียว และมีการสนับสนุนกันมากขึ้นๆพูดง่ายๆคือการเล่นของเค้าปฎิวัติศาสตร์ของผู้รักษาประตูเลย
เด เคอามีอาวุธอีกอย่างคือความเร็วและสปีดของเค้าที่มีมากกว่านายประตูคนอื่นเพราะร่างกายที่ไม่หนักมากและนี่ทำให้เค้าเล่น ตำแหน่ง รายประตูประเภทสวีปเปอร์ได้ นั่นหมายถึง เค้าต้องวิ่งออกไปนอกเขตบ่อยๆเพื่อตัดบอลและพุ่งออกไปจากเส้นเวลามีบอลหลุดเดี่ยวมาหาและเค้าก็ทำได้ดีในสถานการณ์ 1-1 เพราะความเร็วนั่นเอง
เนื่องจากเด เคอา มีความสูงโปร่งตอนแรกอยู่แล้วเมื่อเค้ากระโดดและพุ่งตัวปัดจึงทำให้มีความเป็นอะโครแบตมากๆแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่เท่ากับเรื่องภายในหัวของเค้า อย่างที่ทราบว่านายประตูต้องนิ่งเยือกเย็นและมีสมาธิมากๆ นั่นคือความนิ่งในวัยเด็กหนุ่มที่หาได้ยาก รูปร่างของเค้าแม้สเลนเดอร์ แต่ที่เจ๋งกว่าคือมันสมองของการอ่านทางบอลเพื่อที่จะไปยืนถูกที่ถูกตำแหน่งนั่นแหละที่สุดยอดมาก
ในตอนแรกของการเล่นให้กับแมนยู ดูเหมือนว่าจะมีจุดอ่อนอยู่ในตัวของเด เคอา อยู่บ้าง เช่นสมัยนั้นเค้ายังตัวบางร่างเล็กๆอยู่และมีบอดี้แบบของเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่ นี่ส่งผลให้เค้าชอบชกบอกไปเวลาต้องจัดการกับบอลกลางอากาศที่เข้ามาในเขตโทษ มากกว่าที่จะคว้าบอลไว้ ทำให้บ่อยครั้งเค้าทำพลาดและโดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการกับบอลยาวที่ทีมในอังกฤษชอบใช้กันและเป็นอุปสรรคทำลายอาชีพของนายโกลจากต่างชาติมากนักต่อนักแล้ว เด เคอาก็เช่นกันต้องปะทะและเสียบอลเมื่อต้องใช้ร่างกายคว้าบอลโด่งเช่นนั้น
เมื่อดูจากตัวเลขสถิติการเล่นของเด เคอา ในปีแรกๆนั้น ค่อนข้างชัดเจนในการเล่นว่ามีปัญหา เช่น 28เกมที่ลงเล่น เค้าเจอบอลครอสเข้ามา 92 ครั้ง แต่ได้ชกออกไปมากถึง 23 ครั้ง หรือคิดเป็น 25% เลย แต่ในปีต่อมาเมื่อปรับตัวดีขึ้น มีบอลมาหา 54 ครั้งใน 24 เกมและเค้าชกออกไปแค่ 6% เท่านั้นเองหมายความว่าเค้ายืนบนเส้นมากขึ้นและไม่เสียงออกไปหาบอลที่รับไม่ได้แล้ว ซึ่งต้องสื่อสารกับกองหลังดีขึ้นด้วยนอกจากนั้น โค้ชและผู้ฝึกสอนได้ให้เด เคอา เข้ายิมบ่อยขึ้นและกินโปรตีนเพื่อเพิ่มมวลให้กับร่างกายจนทำให้เค้าดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้นและน้ำหนักที่เพิ่มความแข็งแกรงอย่างเห็นได้ชัด และนี่ส่งผลกับการเล่นทั้งหมดของเค้าแน่นอน
ในปีหลังๆของเด เคอา อีกสิ่งหนึ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ การใช้มือของเค้า ตอนแรกมือของเค้าเล็กและไม่แข็งมากทำให้เมื่อปัดบอลหรือชกบอลออกไปไม่ไกล มีจังหวะที่ให้แถวสองยิงสวนกลับมาได้ แต่เมื่อได้รับการปรับและรับรู้จุดอ่อนตัวเองเพื่อแก้ไข ตอนนี้มือของเค้าแกร่งพอที่จะรับลูกยิงไกลแรงๆได้แน่น และคว้าบอลให้หนึบติดตัวดีกว่าเดิม นอกจากนั้น สิ่งสุดท้ายที่เปลี่ยนไปคือ ในสมัยที่ยังอายุน้อยเค้าทำสิ่งที่หลายๆผู้รักษาประตูทำมากเกินไป นั่นคือ การวิ่งออกไปและพยายามแสดงการเซฟประตูยากๆ เพื่อโมเม้นแบบฮีโร่ และนั่นทำให้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นบางครั้ง แต่ตอนนี้เมื่อเค้ามีประสบการณ์ในลีกที่หินที่สุดในโลกแล้ว เค้าไม่ได้มีปฎิกิริยาเพื่อป้องกันประตูแบบที่มากเกินจำเป็นอีกแล้ว แต่ทุกๆการตัดสินใจเต็มไปด้วยความมั่นใจและสุขุมรอบคอบ และเค้าจะใช้ใน World cup 2018 Russia ปีนี้แน่นอน
"