รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #12 jan oblak

รีวิว Star Player ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2018 Russia #12 jan oblak แยน โอบลัค ผู้เล่นระดับโลก

นักเตะระดับโลกที่น่าจับตาใน World Cup 2018 Russia ปีนี้ jan oblak แยน โอบลัค
ทีมสโลวีเนียถือว่าเป็นทีมที่เพิ่งตกรอบ World cup 2018 Russia ปีนี้ jan oblak แยน โอบลัคจึงเป็นนายประตูที่พลาดไม่ได้ไปการแข่งขัน World Cup 2018 Russia ปีนี้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่ใช่ Super Star Player อย่างใดๆ ให้เรามาดูกันว่าเค้าเก่งแค่ไหน

 

ไปพบกับประวัติดาวดัง World Cup 2018 #12 jan oblak แยน โอบลัค กัน

"แยน โอบลัค Super Star Player เพิ่งจะทำสถิติล่าสุดในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก คือ รักษาคลีนชีตไม่เสียประตูขาวบริสุทธิ์ จำนวนเกม 12 เกมรวด ทำให้เค้าโด่งดังมากขึ้น และในฐานเป็นนักเตะไม่กี่คนจากประเทศเล็กๆอดีตสหภาพโซเวียตเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ ก็ยิ่งทำให้เค้าเป็นนักเตะที่เก่งและสมควรจะได้รับการยกย่งและน่าลองอ่านประวัติของเค้ามากเข้าไปอีก สำหรับนักเตะที่อายุเพียง 24-25 ปีตอนนี้ และเล่นให้กับทีมใหญ่อย่าง แอตเลติโก มาดริด ของโค้ช ซิเมโอเน่แล้วที่กำลังทำผลงานได้ดีในลาลีกาหลายฤดูกาลหลังๆนั้นเอง
โอบลัค เกิดที่เมืองเล็กๆอย่างโลก้าที่ ประเทศสโลวีเนีย ซึ่งแฟนบอลบ้านเราชาวไทยอาจจะเพิ่งได้ยินชื่อประเทศนี้ครั้งแรกกันในตอน ชมการแข่งขันรายการฟุตบอลชิงแชมป์ชาติยุโรป หรือบอลยูโร ปี 2000 นั้นเอง โอบลัคเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูตั้งแต่แรกๆของชีวิตการค้าแข้งของเค้าแล้ว และตอนนี้ก็ติดธงทีมชาติสโลวีเนียของตัวเองอย่างเต็มตัวไปแล้วด้วย

ประวัติชีวิตส่วนตัว

เส้นทางการค้าแข้งของโอบลัคเริ่มต้นขึ้น ตอนอายุ 17 ปีเมื่อเค้าได้เซ็นสัญญากับทีมในต่างแดนอย่าง เบนฟิกา แห่งโปรตุเกส คล้ายๆกันกับหลายๆเด็กเยาวชนจากประเทศเล็กๆที่ต้องออกจากบ้านตัวเอง ห่างเมืองนอนของตัวเองไปแสวงหาฝันที่ต่างแดนตั้งแต่เด็กๆ และเค้าก็สามารถคว้าโอกาสไว้ได้ทันทีเมื่อยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีจนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการใหญ่ของโปรตุเกสได้ทันทีในปี 2013-2014 ในฐานะตัวเล่นสำคัญ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีมของซิเมโอเน่อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ช่วงปีถัดมาด้วยราคาแพงถึง 16 ล้านและเป็นนายประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของลาลีกาไปเลย

ชีวิตของ แยน โอบลัค เริ่มต้นขึ้น เมื่อเค้ามีคุณพ่อผู้ให้กับเนิดตัวเอง เล่นฟุตบอลในฐานะนายประตูเช่นกัน เลี้ยงดูเค้ามาในสายงานฟุตบอลไม่แตกต่างกัน และส่งเค้าไปเล่นกับสโมสรท้องถิ่นเมือง โลก้า ในเมืองหลวงตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น ในตอนปี 2009 เค้ามีชีวิตที่ยากลำบากไม่ใช่เล่น เพราะว่าต้องเดินทางวันละ25 กิโลเมตรจากบ้านเกิดตัวเอง ไปยังเมืองที่สโมสรฝึกหัดตั้งอยู่เพื่อไปซ้อมบอลทุกวัน ด้วยยานพาหนะที่เค้ามีคือจักรยานเท่านั้น และในที่สุดก็มีแมวมองมาเห็นเค้าเข้า คือ แมวมองจากทีมชาติสโลวีเนีย ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี จนได้ไปแข่งขันทัวนาเม้นและตอนนี้เองที่แฟนบอลและสโมสรต่างๆในยุโรปเริ่มมีโอกาสได้เห็นฟอร์มการเซฟประตูของเค้านั่นเอง
โค้ชของสโมสรเยาวชนของเค้า เล่าว่า แยน โอบลัค มีทุกอย่างที่นายประตูสมัยใหม่ต้องมี และที่สำคัญเค้าแปลกใจกับความเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของเด็กคนนี้ เพราะว่าบุคลิกโอบลัคดูจะชอบฟังคำสอนและนำเอา เค้ายังเล่าให้ฟังว่า แม้แต่ตอนที่จากกันเพราะแยน โอบลัค ต้องไปเล่นที่โปรตุเกสแล้ว ก็ยังคุยโทรศัพท์กันบ่อยๆ และเล่าข้ามแดนมาให้โค้ชฟังว่า ตอนแรก แยน โอบลัค ต้องนั่งบนที่ตัวสำรองไม่ได้โอกาสสักทีหลายเดือนที่เป็นเดือนแห่งความยากลำบากมาก

แต่ก็โชคดีเมื่อเบนฟิกา ตัดสินใจส่งตัวเค้าออกไปยืมตัวทำให้มีโอกาสเล่นให้กับทีมอื่นๆในลีก และโอกาสก็เปิดเมื่อติดทีมชาติชุดเล็กและนี่จุดประกายความกล้าหาญในการเล่นให้เค้ามั่นใจมากขึ้นจนทำงานหนักขึ้นและไม่เคยมีปัญหาในสนามซ้อมเลยเหมือนนายทวารคนอื่นๆ
แยน โอบลัค ย้ายจากทีมเล็กๆไปสู่เบนฟิกาด้วยค่าตัว 1.7 ล้านที่ถือว่าแพงที่สุดของสโมสรทีเดียวในปี 2010 แต่เค้าต้องรอจนได้เป็นตัวจริงของชุดใหญ่ ก็ตอนที่ นายประตูตัวจริง อย่างอาร์เธอร์ โมราเลส ได้รับบาดเจ็บขึ้นมา แยน โอบลัค ฉวยโอกาสทันทีเพราะว่าเมื่อลงเล่นไป 24 เค้าทำสถิติเสียประตูไปแค่ 6 และมีถึง 12 เกมติดต่อกันที่เสียไปลูกเดียวทำให้ในที่สุด 2014 ทีมตราหมีเริ่มมาสนใจและซื้อตัวเค้าในที่สุด
แม้ว่าตอนที่ โอบลัค ได้ย้ายไปอยู่กับทีมระดับโลกอย่างตราหมีแล้ว เค้าไม่ได้ลงตัวปรับตัวได้ทุกอย่างทันทีเพราะว่าได้รับบาดเจ็บตอนพรีซีซั่นด้วย แถมมีนายประตูที่ถูกใจโค้ชซิเมโอเน่อย่าง มิเกลโมย่า อยู่ในทีมอยู่แล้วด้วย แถมไม่พอตอนได้เล่นเกมไม่สำคัญเท่าไหร่ใน ยูฟ่า คัพ ก็ดันไปทำพลาดแบบเต็มๆทำให้ทีมแพ้ โอลิมเปียกอสไป 3-2 ด้วย แต่ในที่สุดโอกาสใหม่ก็เข้ามาหาเค้า เมื่อโมย่าต้องทำตัวเองบาดเจ็บในการเล่นในช่วงสำคัญท้ายๆของการแข่งขันที่กำลังดุเดือนเพราะตราหมีแย่งแชมป์ขับเคี่ยวกันอย่างมันส์กับทีมอย่างเรอัลมาดริดด้วย
คราวนี้ โอบลัค แก้ไขตัวเองได้สำเร็จเมื่อเค้าค่อยๆยึดตำแหน่งตัวจริง มาได้อย่างเต็มตัวเมื่อสำแดงการเซฟตอนเจอกับราชันชุดขาวแบบ 8 หนรวด แล้วยังได้ประโยชน์เป็นต่อเมื่อโอบลัคพูดเสปนได้คล่องจนสื่อสารกับ 2 กองหลังอย่าง โกดิน และ ฆิเมเนซ ได้อย่างดีทำให้กองหลังและประตูสร้างความแข็งแกร่งและมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ผนึกกำลังกันป้องกันประตูทำให้ ทีมเสียประตูไปน้อยที่สุดในลีกตลอดทั้งฤดูกาล 69 เกม แถมยังเก็บคลีนชีตได้มากว่า 41 เกมด้วยกัน
ดังนั้น ดิเอโก้ ซิเมโอน่สรุปชีวิตของ โอบลัค สั้นๆว่า เพราะว่าการทำงานหนักและทุ่มเทของเค้าทำให้น่าสรรเสริญเป็นจุดดีที่สุดของเด็กคนนี้ และคิดว่าเค้าเกิดมาเพื่อเล่นตำแหน่งประตู และมีพรสวรรค์ในการเซฟประตูตั้งแต่เกิดด้วย และเป็นนายทวารที่ดีที่สุดในโลกไม่ก็ที่สองตอนนี้
โอบลัค ได้รางวัล ริคาร์โด ซาโมร่า ที่เป็นรางวัลสำหรับนายประตูยอดเยี่ยมในโปรตุเกสหลายครั้งด้วย นับว่าเสียดายมากที่ไม่ได้ไป World cup 2018 Russia

ประสบความสำเร็จกับสโมสร

ตอนที่ โอบลัค ย้ายมาอยู่กับทีมตราหมีวันแรก เค้าให้สัมภาษณ์ว่า ผมไม่ได้ย้ายมาแทนที่ใคร แต่ผมมาเพื่อเล่นให้ทีมในฐานะตัวผมเอง แม้ว่าทาซื้อเค้ามาเพื่อทดแทน คูรกตัวร์ที่ย้ายไปเล่นกับเชลซี และแม้ว่าจะเริ่มจากการเป็นตัวสำรองไปก่อนระยะเวลาหนึ่ง เค้าก็สามารถเก็บคลีนชีตแรกได้ในเกม บอลถ้วย โคปา เดลเรย์ ในเกมที่ชนะทีมนอกลีกไป 3-0 ด้วยกัน และหลังจากนั้นเมื่อได้โอกาสต่อเนื่องเจอกับ ทีม ไบเออร์ ในบอลยุโรปรอบ 16 ทีมสุดท้ายเค้าก็เก็บคลีนชีตไปอีกนัดเพราะช่วยทีมชนะ 1-0 และพาทีมเข้าสู่ช่วงเวลาต่อเวลายิงจุดโทษหาทีมเข้ารอบไป
โอบลัค ยังถือว่าเป็นเด็กใหม่ในทีม ต้องสวมวิญญาณฮีโร่ เซฟจุดโทษของ ฮาคานจากไบเออร์ได้อย่างสุดสวยทำให้เข้ารอบไปได้ และเค้าก็ยังเล่นเป็นซุปเปอร์แมนต่อในรอบต่อไปเมื่อเจอกับ ทีมยักษ์อย่างบาร์เยิน โอบลัค เซฟจุดโทษในเกมอีกแล้วของ โทมัส มุลเลอร์คราวนี้ ทำให้ และในเลกสองแม้ทีมแพ้ไปแต่ก็ยังเข้ารอบต่อไปได้ในคะแนนรวมปีนั้น

รีวิว Star Player ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2018 Russia #12 jan oblak แยน โอบลัค ผู้เล่นระดับโลก

โอบลัคเล่นให้กับทีมตราหมีอย่างต่อเนื่องในปีหลังจากนั้น แต่ว่าการเล่นของเค้าดูโดดเด่นขึ้นสวนทางกับคนอื่นในทีมอย่าง โกดิน และแนวรับคนอื่นด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้แม้ว่ากองหลังทั้งหมดจะเริ่มหมดความเหนียวกันแล้ว แต่โอบลัคกับแสดงฟอร์มขาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แต่ละครั้งที่เซฟยิ่งมีผลมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ล่าสุดตัวเลขแสดงว่า โอบลัค เซฟด้วยจำนวนเฉลี่ย 5.71 ครั้งต่อเกมที่มากที่สุดในลาลีกาด้วย และยังดีขึ้นได้อีก

โอบลัคมีชื่อที่มีความหมายภาษาเสปนว่า กำแพง ก็ไม่ใช่บังเอิญเลยทำให้เพื่อนๆในทีมเรียกว่าเจ้ากำแพงขำๆกัน และตอนนี้เค้าก็เก็บคลีนชีตไปได้ให้ทีมตราหมีทั้งหมด 50 เกม จากการเล่นทั้งหมดเพียง 86 เกมเท่านั้นเอง

โอบลัค มีจุดสูงสุดของอาชีพ คงจะเป็นเกมที่เค้า เซฟ 3 หนติดๆกันตอนเจอกับไบเออร์ ทำให้ทีมเข้ารอบ แต่ยอมรับว่าทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาติญาณล้วนๆเลย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนคิดไม่ทัน นี้แสดงให้เห็นว่า การที่เค้าก้าวมาเป็นนายทวารที่ดีที่สุดในโลกได้ ถึงขนาดที่ตอนนี้ทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลมีข่าวว่ากำลังวางแผนจะซื้อตัวเค้าไปแทนปีเตอร์ เช็ค ก็ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด แต่เป็นความพยายามบวกกับพรสวรรค์ทำให้เค้ามีวันนี้ได้นั่นเอง จึงน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทีมชาติของเค้าพลาดการไปเล่น World cup 2018 Russia

ทีมชาติ

jan oblak แยน โอบลัค Super Star Player ติดทีมชาติตลอดตั้งแต่ชุดต่ำกว่า 15 ปี และตอนนี้เป็นตัวจริงทีมชาติมือหนึ่งไปแล้ว ในการแข่งขันบอลโลกและยูโรครั้งหน้าแน่นอน

วิเคราะห์การเล่น

โอบลัคไม่ได้เป็นนายประตู Super Star Player ที่ตัวสูงมากนัก แต่เค้าทำให้ประตูเล็กลงไปเลยด้วยความสามารถในการพุ่งตัวไปปัดบอลรอบๆหน้าปากประตู โดยเฉพาะการออกมาตัดและปัดบอลกลางอากาศที่แม่นยำและกระโดดได้สูงมาก นอกจากนั้นเค้ายังได้ชื่อว่าเป็นนายประตูที่ชอบเล่นด้วยเท้าและสั่งการกรอบ 18 หลายได้อย่างยอดเยี่ยม
โอบลัคยังมีบุคลิกที่เยือกเย็นรับมือจัดการความกดดัน หรือความประหม่าได้อย่างนิ่งมากไม่เหมือนคนอื่นด้วย ไม่เพียงแค่นั้นเค้ายังคล่องแคล่วด้วยการใช้มือ และทักษะใช้มือเค้าก็อ่อนนุ่มพริ้วไหวมากดูเหมือนการคว้าบอลง่ายมากๆ จนเรียกได้ว่าเกิดมาเป็นนายประตูเลย
โค้ชอีกคนของโอบลัค ยังบอกว่าเค้าอ่านเกมดีมาก เวลาจะออกมานอกเส้น มีเทคนิคที่ดีและมีสมาธิอย่างที่นายประตูควรมี และกำลังเดินในเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จแบบนายทวารระดับโลกคนอื่นแน่นอน